สีบอกอะไรได้หลางอย่าง..
Friday, October 22, 2010
Tuesday, October 19, 2010
Tea Partay
เอามาให้ดูกันกับ "Tea Partay" ที่ไม่ใช่ Tea Party Movement (กลุ่ม Lobby ที่ต่อต้านพรรค Democrat ของ Barrack Obama) "Tea Partay" นับเป็นโฆษณา Viral Marketing บนอินเตอร์เนตที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดอันนึงในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้
Thursday, October 14, 2010
ศิลปะของผู้ชาย #2: แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ
"กางเกงยีนส์ตัวเก่งกับรองเท้าที่ใส่ได้ทุกวัน + เสื้อเชิ้ตสีและลายต่างๆ" เป็นภาพที่ผมนึกได้หากคิดถึงการตัวตัวของผู้ชายที่ใช้กางเกงยีนส์เป็นเครื่องแต่งกายชิ้นหลัก และแสดงความเป็นตัวเองออกมาด้วยลายของเสื้อที่ใส่ที่ส่วนใหญ่จะเป็นสีเรียบๆ หรือเป็นลายทาง(stripe) สีที่เห็นบ่อยๆก็มักเป็นสีเข้ม เช่น สีดำ สีน้ำเงิน หรือไม่ก็สีขาว แน่นอนว่าไม่มีอะไรผิด ผู้ชายทุกคนดูดีในเครื่องแต่งกายสีเข้ม สูทสีเข้มก็ถือเป็นชุดที่เป็นที่ยอมรับที่สุด
ฤดูใบไม้ร่วง การผลัดใบและการเปลี่ยนสีของใบไม้จากสีเขียวไปสีแดง สีน้ำตาล สีเหลือง เป็นภาพที่สวยงามและแปลกตาสำหรับเด็กนักเรียนที่มีจากประเทศเขตร้อน ลมหนาวเริ่มพัดแรงขึ้นๆเป็นสัญญาณให้เริ่มนำเสื้อโค้ตออกมาใส่ อากาศเริ่มหม่นมัว และเวลากลางวันที่ค่อยๆหายไป การนั่งข้างนอกอาคารทำได้เพียงบางวัน แสงอาทิตย์เริ่มกลายเป็นสมบัติที่หายาก ความหดหู่เริ่มสัมผัสได้มากขึ้นเรื่อยๆ
การที่เราจะจำกัดตัวเองกับเพียงเครื่องแต่งกายสีพื้นๆ ก็เหมือนกับการใช้ชีวิตอยู่ในกรอบที่เขียนขึ้นมาเอง ถึงแม้จะดูปลอดภัยไร้ความเสี่ยง แต่ก็คงต้องแลกมากับความจำเจ สิ่งที่ต้องเสียไปคือประสบการณ์อันหลากหลายน่าตื่นเต้นเต้นที่อยู่นอกกรอบความคิดเดิมๆ
![]() |
เครื่องแบบของ New Yorker ในอดีต: เชิ้ตขาว สูทและเนคไทสีเข้ม หมวก ดูดีแต่ไร้จินตนาการ |
ผมก็เป็นคนนึงที่เคยแต่งตัวแบบปลอดภัย คือใส่กางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม หรือสีเทาแบบขา'เดฟ'ตามสมัยนิยม กับรองเท้า sneaker พื้นบางๆ (แต่หัวไม่แหลม) และเสื้อเชิ้ต/ เสื้อโปโลสีพื้นๆ สีที่ใส่บ่อยเช่น สีดำ สีน้ำเงิน สีน้ำตาล ซึ่งเป็นสีที่ยังไงก็ไม่พลาด
แต่สิ่งที่สร้างแรงบัลดาลใจให้ผมในการใช้สีกับเครื่องแต่งกายก็คือ"ฤดู" จากได้มีโอกาศไปอยู่ในประเทศที่มี 4 ฤดูที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และมีธรรมชาติสวยงามอย่างประเทศสวีเดน
ฤดูร้อน เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี อากาศไม่ร้อนไม่หนาวประมาณ 20 องศา และบรรยากาศที่คึกคักภายในเมือง ผู้คนมานั่งอาบแดด บางคนก็ว่ายน้ำในทะเลสาบที่อยู่ใจกลางเมืองหลวงStockholm ที่สำคัญคือพระอาทิตย์ที่นี่ขึ้นเร็วและตกช้ามากๆ สิ่งที่ชอบที่สุดอย่างนึงคือ การนั่งดื่มเบียร์กับเพื่อนๆบนภูเขา วิวของเมือง ธรรมชาติ บรรยากาศการอยู่กับเพื่อนๆ และท้องฟ้าที่ไม่มีวันมืดทำให้ลืมเวลาไปได้อย่างง่ายดาย
ฤดูใบไม้ร่วง การผลัดใบและการเปลี่ยนสีของใบไม้จากสีเขียวไปสีแดง สีน้ำตาล สีเหลือง เป็นภาพที่สวยงามและแปลกตาสำหรับเด็กนักเรียนที่มีจากประเทศเขตร้อน ลมหนาวเริ่มพัดแรงขึ้นๆเป็นสัญญาณให้เริ่มนำเสื้อโค้ตออกมาใส่ อากาศเริ่มหม่นมัว และเวลากลางวันที่ค่อยๆหายไป การนั่งข้างนอกอาคารทำได้เพียงบางวัน แสงอาทิตย์เริ่มกลายเป็นสมบัติที่หายาก ความหดหู่เริ่มสัมผัสได้มากขึ้นเรื่อยๆ
![]() |
สวนสาธาณะในฤดูใบไม้ร่วง Lund, Sweden |
ฤดูหนาว ไม่น่าแปลกใจที่อัตราการฆ่าตัวตายมีมากที่สุดในฤดูหนาว กลางคืนยาวกว่ากลางวัน หิมะที่ตกหนักที่สุดในรอบ 30 ปี ผู้คนเริ่มหายไปจากในเมือง ความหนาวเย็นที่ไม่คุ้นเคย แสงอาทิตย์แบบหม่นๆเริ่มขึ้นในเวลาประมาณ 9 โมงเช้า และเริ่มหายไปตอน 3 โมงเย็น ตลอดเวลา 3 เดือน ดวงอาทิตย์ออกมาให้เห็นจริงๆไม่ถึง 10 ครั้ง แต่ทุกครั้งที่มีแสงอาทิตย์ ทุกคนจะออกมาเดินในเมืองพร้อมกับแววตาที่มีความสุขกับแสงแดดที่ได้มาเพียงเล็กน้อย
![]() |
ภาพหลังพายุหิมะ Lund, Sweden |
ฤดูใบไม้ผลิ ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง หิมะเริ่มละลายอย่างช้าๆ กลางวันเริ่มยาวขึ้น แดดเริ่มแรงขึ้น ผู้คนและสัตว์ที่หายไปเริ่มกลับมา ต้นไม้เริ่มออกดอกอีกครั้ง เสียงนกร้องลอยอยู่ในอากาศพร้อมกับกลิ่มเกษรของดอกไม้หลากสี การเฉลิมฉลองเริ่มขึ้นอีกครั้ง ฤดูหนาวอันยาวนานทำให้เห็นถึงคุณค่าและความมหัศจรรย์ของสิ่งเล็กๆน้อยๆอย่างแสงแดด อากาศ และธรรมชาติ
![]() |
สีสันและแสงแดดกลับมาอีกครั้งในฤดูใบไม้ผลิ |
เห็นได้ชัดว่าแรงบันดาลใจของผู้คน และดีไซเนอร์มาจากฤดูทั้ง 4 ฤดู การใช้สีก็ต่างกันไป เช่น สีสันสดใสสำหรับหน้าร้อน สีแนว Earth tone ที่แมตช์กับสีของไม้ใบร่วง หรือสีเทาและดำที่แสดงให้เห็นถึงความสงบของจิตใจแม้ในช่วงเวลาที่หดหู่ของฤดูหนาว
![]() |
สีสันของฤดูร้อน ภาพ: Morris STHM |
![]() |
สี Earth Tone ในฤดูใบไม้ร่วง ภาพ: Morris STHM |
![]() |
เสื้อโค้ตในฤดูหนาว ภาพ: Corneliani |
คราวหน้าเราจะมาพูดถึงภาคปฏิบัติของกางผสมสี และการประยุคใช้สีของเครื่องแต่งกายที่ถูกออกแบบมาสำหรับประเทศ 4 ฤดูในเมืองไทย Stay Tune!
Monday, October 11, 2010
Vintage Prep ว่าด้วยยีนส์ "ขาวเข้ม"
ขาวเข้ม?
ใช่ ขาวเข้ม
เช่นเคย เลือก fitting ที่ไม่รัดขาและน่อง แต่ slim ส่วนความยาวขาก็แล้วแต่ชอบว่าจะโรลขากางเกงหรือไม่
อย่ามีลวดลายหรือการตกแต่งที่ดูแหวกแนวจนเกินไป เราเตือนคุณแล้วในโพสท์ก่อนๆ
ความยับของยีนส์สีขาวเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง จึงไม่ต้องห่วงเรื่องรีด
ในการเลือกของมาจับคู่:
1. เสื้อ: ห้ามใส่เสื้อสีขาว ถ้าอยากรู้ว่าทำไม ให้ลองใส่ดูหน้ากระจก แต่อย่าเดินออกจากบ้าน สีอื่นนอกเหนือจากนั้นถือว่าโอเค แนะนำว่าถ้าอยากใส่สีเข้มก็จะเป็น น้ำเงินเข้ม เทา หรือ น้ำตาล ส่วนสีอ่อนก็อาจเป็นสีครีม (แน่นอนว่าต้องเข้มกว่าสีกางเกงพอสมควร) การเลือกสีวิธีนี้ใช้ได้กับทั้งเสื้อยืดคอกลม คอวี โปโล และเสื้อเชิ้ต (ที่ไม่ใช่แบบทางการเกินไป)
Tip: หากต้องการอารมณ์ vintage ให้เลือกเสื้อที่สีฟอกหน่อยๆ แต่โดยธรรมชาติแล้วเมื่อคุณซักไปเรื่อยๆ เสื้อยืดตัวเก่งของคุณจะเกิดการ Age ของสีเอง (คล้ายๆกะยีนส์ผ้าดิบนั่นล่ะ) เพราะฉะนั้น เสื้อยีนส์ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจมากทีเดียว (โดยส่วนตัวผมชอบมาก)
2. เข็มขัด: หลักการคล้ายกับเสื้อแต่แนะนำหนังสีน้ำตาลเข้ม ไม่กว้างมาก และเป็นแบบที่หัวเข็มขัดเรียบๆ แบบที่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษอาจดูดีสำหรับคุณผู้หญิง แต่สำหรับผู้ชายอาจจะไม่เวิคนัก ควรเลือกแบบคลาสสิคไว้ ส่วนเข็มขัดแบบผ้าก็นำมาใช้ได้แต่อย่ามีหลายสีมาก หรือจะไม่ใส่เลยก็ไม่เสียหาย
Tip: สำหรับผู้ชาย การเพิ่มลูกเล่นบนเข็มขัดคือการเลือกลายเส้นเข็มขัด ไม่ใช่หัวเข็มขัด
3. รองเท้า: ตัวสำเร็จสมการการแต่งตัวของผู้ชายคงหนีไม่พ้นรองเท้าที่เลือก ภาพด้านซ้ายบนเป็นการนำรองเท้าหนัง wingtip สีน้ำตาลเข้มมาใส่กับยีนส์ขาว(เข้ม) เกิดความ casual ผสมกับ dressy อย่างลงตัว ภาพด้านขวานั้นก็เป็นทางเลือกคลาสสิคคือ loafers โดยอาจเพิ่มความสนุกด้วยการเลือกสีที่แปลกตาออกไปก็ยังได้ ส่วน Desert boots และ boat shoes ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เคยเบื่อเช่นเดียวกับรองเท้า canvas
Tip: เช่นเดียวกับเสื้อ อย่าตกม้าตายด้วยการเลือกรองเท้าสีอ่อน
ทีนี้ก็เลิกบ่นเรื่องมีแต่ยีนส์เดิมๆได้แล้ว
Sunday, October 10, 2010
A Vintage Hero: Eugene Curran "Gene" Kelly (1912-1996)
Gene Kelly เป็นนักร้อง, นักเต้น, นักแสดงระดับตำนานของฮอลลีวู้ด และสหรัฐอเมริกาในยุคเดียวกับ Frank Sinatra และ Dean Martin สิ่งที่คนจำ Kelly ได้ดีที่สุดคงเป็นภาพยนตร์ของเขาเรื่อง 'Singin' in the Rain' ในปี 1952 และ 'An American in Paris' (1951)
Singin' in The Rain โดย Gene Kelly
Singin' in The Rain บัลเลงโดย the Three Tenors ที่มีตำนานอย่าง Luciano Pavarotti เป็นสมาชิกด้วย
Gene Kelly กับ Frank Sinatra เมิื่อมีอายุแล้ว
Gene Kelly จากภาพยนตร์เรื่อง 'It's always Fair Weather'
Friday, October 8, 2010
ผู้ชายจะวินเทจบ้างได้ไหม
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณกับเสียงตอบรับอย่างดีสำหรับ blog thePreppist ของเรา และขอบคุณสำหรับคำแนะนำ และความเห็นทุกๆความเห็นครับ
จากกระแสการแต่งตัวแบบวินเทจในปัจจุบันซึ่งมักจะเน้นไปที่เสื้อผ้าผู้หญิง ก็เลยมีคุณผู้อ่านได้ถามเข้ามาว่า "ผู้ชายจะวินเทจบ้างได้ไหม?"
คำตอบก็คือ ได้แน่นอนครับ
จริงๆแล้วสไตล์การแต่งตัวของผู้ชายและผู้หญิงมีลักษณะที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยที่เสื้อผ้าผู้หญิงนั้นจะเน้นไปในทางแฟชั่นมากกว่า คือแบบจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างรวดเร็ว เทรนด์มีความสำคัญและเปลี่ยนบ่อย เสื้อผ้าสไตล์หนึ่งๆที่ซื้อมาอาจจะล้าสมัยได้ในเวลาไม่ถึงปี และอาจจะกลับมาฮิตได้ใหม่อย่างรวดเร็วด้วย นอกจากนี้เสื้อผ้าผู้หญิงยังมีความหลากหลายมากกว่าผู้ชาย ดีไซเนอร์มีอิสระในการออกแบบไม่ต้องขึ้นกับอะไรเหมือนเสื้อผ้าผู้ชายที่ยังไงๆก็คงหนีไม่พ้น เสื้อโปโล เสื้อเชิ้ต เสื้อยืด เสื้อสูท เนคไท และอื่นๆ
การแต่งกายของผู้ชายนั้นจะไม่เน้นแฟชั่นแต่เป็นสไตล์ซะมากกว่า คือสไตล์จะไม่เปลี่ยนแปลงไปมากในยุคสมัยต่างๆ เสื้อผ้าไม่ค่อยตกยุค เสื้อเชิ้ตสีขาวก็ใส่ได้โดยไม่เชยเป็นเวลาร้อยๆปี ที่จะมีเปลี่ยนแปลงก็มักจะเป็นรายละเอียดปลีกย่อย เช่น บางยุคนิยมใส่เสื้อผ้าพอดีตัวแบบ slim fit บางช่วงนิยมแบบ classic fit หรือใน Manhattan ยุค 60s ผู้ชายต้องใส่หมวกเวลาออกจากบ้าน แต่ปัจจุบันการใส่หมวกเป็นการแสดงออกถึงสไตล์ส่วนบุคคลล้วนๆ แต่ยังไงก็ดีผู้ชายก็ยังใส่สูทไปทำงาน หรือใส่เสื้อโปโลกับกางเกงขาสั้นในวันว่างอยู่ดี
อย่างไรก็ดีสไตล์ผู้ชายในแต่ละยุคก็มีเสื้อผ้าที่เป็นที่นิยมในยุคนั้นๆเหมือนกัน ถ้าหากคำว่า "วินเทจ" หมายถึงการย้อนยุค สไตล์ Preppy ก็นับว่าเป็น "วินเทจ" ได้เหมือนกัน ด้วยความที่ Preppy เกิดขึ้นมาในยุค 60s ในสหรัฐ
แล้วจะแต่งวินเทจยังไงดี?
ก็คงจะไม่เหมาะนักหากจะนำกางเกงขาม้า(แบบม้ามากๆ)ในสมัยคุณพ่อยังหนุ่มๆมาใส่ในตอนนี้ หรือการใส่กางเกงขาสั้นมากๆก็คงจะดูแปลกตาจนเกินไป เคล็ดลับของการแต่งตัววินเทจให้ดูร่วมสมัยนั้นอยู่ที่"การใช้สไตล์ในอดีตมาเป็นแรงบัลดาลใจ และปรับให้เข้ากับ fitting แบบร่วมสมัย" เช่น การใช้ผ้าลายวินเทจมาทำเป็นกางเกง slim fit ใส่กางเกงให้สั้นกว่าปกติเพียงเล็กน้อย หรือใส่สูท 3 ชิ้นแบบพอดีตัว
ครั้งหน้าเราจะมาพูดถึงเคล็ดลับการใช้สไตล์วินเทจเป็นแรงบัลดาลใจในการแต่งตัวทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการครับ
ปล. แนะนำให้ดูซีรีส์เรื่อง Mad Men หากชอบสไตล์วินเทจครับ
อ่านเรื่องสไตล์วินเทจเพิ่มเติมได้ที่นี่!
>> ติดตาม thePreppist ได้ที่ facebook page ของเรา
เนื้อหาสาระดีๆจาก The Preppist ย้ายไปอยู่ที่ www.thepreppist.com แล้วครับ
จากกระแสการแต่งตัวแบบวินเทจในปัจจุบันซึ่งมักจะเน้นไปที่เสื้อผ้าผู้หญิง ก็เลยมีคุณผู้อ่านได้ถามเข้ามาว่า "ผู้ชายจะวินเทจบ้างได้ไหม?"
![]() |
ภาพ: Mad Men |
คำตอบก็คือ ได้แน่นอนครับ
จริงๆแล้วสไตล์การแต่งตัวของผู้ชายและผู้หญิงมีลักษณะที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยที่เสื้อผ้าผู้หญิงนั้นจะเน้นไปในทางแฟชั่นมากกว่า คือแบบจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างรวดเร็ว เทรนด์มีความสำคัญและเปลี่ยนบ่อย เสื้อผ้าสไตล์หนึ่งๆที่ซื้อมาอาจจะล้าสมัยได้ในเวลาไม่ถึงปี และอาจจะกลับมาฮิตได้ใหม่อย่างรวดเร็วด้วย นอกจากนี้เสื้อผ้าผู้หญิงยังมีความหลากหลายมากกว่าผู้ชาย ดีไซเนอร์มีอิสระในการออกแบบไม่ต้องขึ้นกับอะไรเหมือนเสื้อผ้าผู้ชายที่ยังไงๆก็คงหนีไม่พ้น เสื้อโปโล เสื้อเชิ้ต เสื้อยืด เสื้อสูท เนคไท และอื่นๆ
![]() |
การแต่งกายของผู้ชายไม่ว่าในสมัยไหนๆก็ไม่หนีกันไปมาก ไม่ว่ายุคไหนผู้ชายใส่สูทผูกเนคไทก็ดูดีเสมอ ภาพ: Mad Men |
การแต่งกายของผู้ชายนั้นจะไม่เน้นแฟชั่นแต่เป็นสไตล์ซะมากกว่า คือสไตล์จะไม่เปลี่ยนแปลงไปมากในยุคสมัยต่างๆ เสื้อผ้าไม่ค่อยตกยุค เสื้อเชิ้ตสีขาวก็ใส่ได้โดยไม่เชยเป็นเวลาร้อยๆปี ที่จะมีเปลี่ยนแปลงก็มักจะเป็นรายละเอียดปลีกย่อย เช่น บางยุคนิยมใส่เสื้อผ้าพอดีตัวแบบ slim fit บางช่วงนิยมแบบ classic fit หรือใน Manhattan ยุค 60s ผู้ชายต้องใส่หมวกเวลาออกจากบ้าน แต่ปัจจุบันการใส่หมวกเป็นการแสดงออกถึงสไตล์ส่วนบุคคลล้วนๆ แต่ยังไงก็ดีผู้ชายก็ยังใส่สูทไปทำงาน หรือใส่เสื้อโปโลกับกางเกงขาสั้นในวันว่างอยู่ดี
![]() |
นักเรียน Ivy League ในยุค 60s ในกางเกงลาย Madras ที่กลับมาฮิตในปัจจุบัน (โลโก้ของ thePreppist ก็เป็นเนคไท Madras) ภาพ: Take Ivy |
อย่างไรก็ดีสไตล์ผู้ชายในแต่ละยุคก็มีเสื้อผ้าที่เป็นที่นิยมในยุคนั้นๆเหมือนกัน ถ้าหากคำว่า "วินเทจ" หมายถึงการย้อนยุค สไตล์ Preppy ก็นับว่าเป็น "วินเทจ" ได้เหมือนกัน ด้วยความที่ Preppy เกิดขึ้นมาในยุค 60s ในสหรัฐ
![]() |
Slim-fit Madras Tuxedo จาก RL Rugby ในคอลเลคชั่นหน้าร้อนปีนี้ |
แล้วจะแต่งวินเทจยังไงดี?
ก็คงจะไม่เหมาะนักหากจะนำกางเกงขาม้า(แบบม้ามากๆ)ในสมัยคุณพ่อยังหนุ่มๆมาใส่ในตอนนี้ หรือการใส่กางเกงขาสั้นมากๆก็คงจะดูแปลกตาจนเกินไป เคล็ดลับของการแต่งตัววินเทจให้ดูร่วมสมัยนั้นอยู่ที่"การใช้สไตล์ในอดีตมาเป็นแรงบัลดาลใจ และปรับให้เข้ากับ fitting แบบร่วมสมัย" เช่น การใช้ผ้าลายวินเทจมาทำเป็นกางเกง slim fit ใส่กางเกงให้สั้นกว่าปกติเพียงเล็กน้อย หรือใส่สูท 3 ชิ้นแบบพอดีตัว
ครั้งหน้าเราจะมาพูดถึงเคล็ดลับการใช้สไตล์วินเทจเป็นแรงบัลดาลใจในการแต่งตัวทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการครับ
ปล. แนะนำให้ดูซีรีส์เรื่อง Mad Men หากชอบสไตล์วินเทจครับ
อ่านเรื่องสไตล์วินเทจเพิ่มเติมได้ที่นี่!
>> ติดตาม thePreppist ได้ที่ facebook page ของเรา
เนื้อหาสาระดีๆจาก The Preppist ย้ายไปอยู่ที่ www.thepreppist.com แล้วครับ
Subscribe to:
Posts (Atom)